นิยาม SMEs ใหม่ ที่สมาชิกควรทราบ และเพื่อประโยชน์ต่อการขอรับบริการจากภาครัฐ

หน้าหลัก / ข่าวสาร / นิยาม SMEs ใหม่ ที่สมาชิกควรทราบ และเพื่อประโยชน์ต่อการขอรับบริการจากภาครัฐ

20 ม.ค. 2563

ภาคการผลิต , รายได้ , ภาคการค้า , ภาคการบริการ , กลุ่ม smes , การจ้างงาน , medium , micro , รายย่อย , ขนาดย่อม , small , ขนาดกลาง , นิยาม smes สสว.



       นิยาม SMEs ใหม่ 2561 ได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มรายย่อย (Micro) 2.กลุ่มขนาดย่อม (Small) และ 3.กลุ่มขนาดกลาง (Medium) โดยดูเกณฑ์ 2 ข้อเป็นหลัก คือ 1. การจ้างงาน (คน) หรือ 2. รายได้ (บาท) โดยให้ถือจำนวนที่มากกว่าเป็นเกณฑ์พิจารณากลุ่ม SMEs        

       เพื่อการส่งเสริม SMEs ในทิศทางเดียวกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน จึงมีพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543 โดยกิจการ SMEs ที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมจะครอบคลุมเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในกิจการผลิตสินค้ากิจการให้บริการ และกิจการค้าส่งและค้าปลีก และตามกฎกระทรวงอุตสาหกรรม และเมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2545 ได้กำหนดนิยามวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยกำหนดจำนวนการจ้างงานและมูลค่าสินทรัพย์ถาวรของวิสาหกิจ และได้มีการเสนอเพื่อปรับปรุงนิยามวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมใหม่ ผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 และประกาศ ให้ไว้ ณ วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา

       เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่การกำหนดจำนวนการจ้างงานและมูลค่าสินทรัพย์ถาวรของวิสาหกิจตามกฎกระทรวงกำหนดจำนวนการจ้างงานและมูลค่าสินทรัพย์ถาวรของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2545 ไม่สอดคล้องกับลักษณะของวิสาหกิจในสภาพการค้าปัจจุบันประกอบกับมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมพ.ศ. 2543 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 กำหนดเพิ่มเติมให้นำรายได้มาใช้เป็นเกณฑ์ในการกำหนดลักษณะของวิสาหกิจ สมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับจำนวนการจ้างงานและรายได้ที่ใช้ในการกำหนดลักษณะของวิสาหกิจ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

       การปรับแก้คำนิยามของวิสาหกิจขนาดกลางและวิสาหกิจขนาดย่อม โดยยังคงใช้เกณฑ์จำนวนลูกจ้าง แต่เปลี่ยนจากเกณฑ์มูลค่าทรัพย์สินมาเป็นเกณฑ์รายได้ของวิสาหกิจในการกำหนดขนาดกิจการและแบ่งกิจการออกเป็นประเภทการผลิตสินค้า ประเภทการให้บริการ ประเภทการค้าส่งและประเภทการค้าปลีก เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมาย SMEs ในการส่งเสริมและช่วยเหลือสนับสนุนผู้ประกอบการได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน

       โดยนิยาม SMEs ที่ปรับแก้ใหม่ 3 กลุ่ม มีรายละเอียด ดังนี้

       1. วิสาหกิจรายย่อย ประเภทการผลิตสินค้าและประเภทการให้บริการ การค้าส่งและค้าปลีก มีลูกจ้างไม่เกิน 5 คน มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 1.8 ล้านบาท

       2. วิสาหกิจขนาดย่อม ประเภทการผลิตสินค้า มีลูกจ้าง 6-50 คน มีรายได้ต่อปีมากกว่า 1.8-100 ล้านบาท ประเภทการให้บริการ การค้าส่งและค้าปลีก มีลูกจ้าง 6-30 คน มีรายได้ต่อปีมากกว่า 1.8-50 ล้านบาท

       3. วิสาหกิจขนาดกลาง ประเภทการผลิตสินค้า มีลูกจ้าง 51-200 คน มีรายได้ต่อปีมากกว่า 100-500 ล้านบาท ประเภทการให้บริการ การค้าส่งและค้าปลีก มีลูกจ้าง 31-100 คน มีรายได้ต่อปีมากกว่า 50-300 ล้านบาท

       โดยจำนวนลูกจ้างให้พิจารณาจากหลักฐานแสดงจำนวนลูกจ้างที่ได้จัดทำขึ้นตามกฎหมาย ขณะที่จำนวนรายได้ให้พิจารณาจากรายได้รวมที่ระบุไว้ในงบการเงินที่จัดขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีกำหนดหรือเอกสารบัญชีแสดงรายได้ ส่วนกรณีที่กิจการมีจำนวนลูกจ้างเข้าเกณฑ์นิยามวิสาหกิจขนาดหนึ่ง แต่มีรายได้ที่เข้าลักษณะของวิสาหกิจอีกขนาดหนึ่ง ให้ยึดรายได้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา  

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก

สำนักงานส่งเสริมวิสหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

นิยามใหม่ (กฏกระทรวง)





ย้อนกลับ




ข่าวที่เกี่ยวข้อง


กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีสนับสนุนให้ความช่วยเหลือเงินทุน และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ
อ่านต่อ
เมื่อโลกเปลี่ยน พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน การทำธุรกิจจึงต้องปรับให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง... พบ 5 เทรนด์ธุรกิจออนไลน์ที่กำลังมาแรงในขณะนี้
อ่านต่อ
ถึงเวลา SMEs ปรับตัวนำเทคโนโลยีและการบริหารจัดการสมัยใหม่มาใช้พัฒนาธุรกิจ นำพาประเทศไทยก้าวข้าม "กับดักประเทศรายได้ปานกลาง"
อ่านต่อ